กรมส่งเสริมการเกษตร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรพัฒนานักบริหารจัดการโครงการวิจัยเชิงบูรณาการเชิงพื้นที่ เพื่อออกแบบและขับเคลื่อนโครงการที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์และผลกระทบเชิงพื้นที่”

กรมส่งเสริมการเกษตร จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “หลักสูตรพัฒนานักบริหารจัดการโครงการวิจัยเชิงบูรณาการเชิงพื้นที่ เพื่อออกแบบและขับเคลื่อนโครงการที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์และผลกระทบเชิงพื้นที่” ณ โรงแรม ไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต ระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤษภาคม 2569

โดยนางธัญธิตา บุญญมณีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดการสัมมนา และนายวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร กล่าวรายงาน

ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทักษะการเป็นนักบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่และระบบการบริหารจัดการโครงการวิจัยเชิงบูรณาการ พัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์พื้นที่และออกแบบข้อเสนอโครงการเชิงบูรณาการเชิงพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ การประเมินผล และการใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร

การสัมมนาในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 53 คน จากกอง/สำนักส่วนกลาง สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ ศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีกิจกรรมสำคัญอาทิ การบรรยาย หัวข้อ “แนวคิดและกรอบวิจัยเชิงบูรณาการ” หัวข้อ “การบริหารจัดการโครงการและงบประมาณ” “การวิเคราะห์พื้นที่และกำหนดโจทย์วิจัย” “การออกแบบข้อเสนอโครงการวิจัย” “การออกแบบระบบติดตามและประเมินผลโครงการวิจัย” “การใช้ประโยชน์งานวิจัยและการขยายผลเชิงพื้นที่” โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อสร้างทักษะการเป็นนักบริหารจัดการงานวิจัยเชิงพื้นที่และระบบการบริหารจัดการโครงการวิจัยเชิงบูรณาการ

2. เพื่อพัฒนาความสามารถในการวิเคราะห์พื้นที่และออกแบบข้อเสนอโครงการเชิงบูรณาการเชิงพื้นที่

3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการ การประเมินผล และการใช้ประโยชน์ในการสื่อสาร

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

กรมส่งเสริมการเกษตรคาดหวังว่า

1. ผู้เข้าอบรมมีทักษะในการขับเคลื่อนโครงการวิจัยเชิงพื้นที่และเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ

2. สามารถเขียนข้อเสนอโครงการที่ตอบโจทย์แก้ปัญหาพื้นที่ได้จริง (Pain Point) พร้อมแผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบอย่างชัดเจน

3. มีระบบติดตามโครงการที่สามารถวัดผลตอบแทนทางสังคม และมีรูปแบบการสื่อสารขยายผลงานวิจัยสู่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพ/ข่าว:กองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร

Scroll to Top