ความเป็นมาของการส่งเสริมการเกษตรในประเทศไทย มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตรกรรมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนี้
* ยุคเริ่มต้น (ก่อน พ.ศ. 2510) ในช่วงแรกของการพัฒนาประเทศ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศและการส่งออก โดยมีการจัดตั้งหน่วยงานและโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร การให้คำแนะนำ และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในช่วงนี้ยังไม่มีรูปแบบและโครงสร้างที่ชัดเจนนัก
** การจัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร (พ.ศ. 2515) จุดเปลี่ยนสำคัญของการส่งเสริมการเกษตรในประเทศไทยคือการ จัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2515 การจัดตั้งกรมฯ เป็นการรวมหน่วยงานส่งเสริมการเกษตรต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การดำเนินงานด้านส่งเสริมการเกษตรเป็นไปอย่างมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกรได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
*** ยุคพัฒนาและขยายบทบาท (พ.ศ. 2516 – ปัจจุบัน) หลังจากจัดตั้งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการพัฒนาและขยายบทบาทของการส่งเสริมการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางการเกษตรที่ทันสมัย การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน การบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด

หลักการส่งเสริมการเกษตรที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ยึดมั่นในหลักการสำคัญต่างๆ ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและภาคเกษตรกรรมโดยรวม หลักการสำคัญที่ผ่านมา ได้แก่
การมีส่วนร่วมของเกษตรกร (Participatory Approach) ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในทุกขั้นตอนของการส่งเสริมการเกษตร ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การติดตาม และการประเมินผล เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการและบริบทของเกษตรกรอย่างแท้จริง
การเรียนรู้ร่วมกัน (Learning by Doing) เน้นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเกษตรกร และการเรียนรู้ผ่านแปลงตัวอย่าง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology Transfer) มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจของเกษตรกรแต่ละกลุ่ม
การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร (Capacity Building) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรในด้านต่างๆ เช่น การผลิต การจัดการ การตลาด และการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองและมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
การบูรณาการความร่วมมือ (Collaboration and Integration) ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม
การส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน (Sustainable Agriculture Promotion) มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตทางการเกษตรที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
การตอบสนองต่อความต้องการของตลาด (Market-Oriented Agriculture) ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด และสามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ผลการดำเนินงานสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินงานต่างๆ ที่สำคัญและมีผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างมาก ผลการดำเนินงานเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภารกิจที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน ตัวอย่างผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ กรมฯ ได้เผยแพร่และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรที่ทันสมัยและเหมาะสมแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การฝึกอบรม การจัดนิทรรศการ การให้คำปรึกษา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการสนับสนุนการจัดตั้งแปลงเรียนรู้และศูนย์เรียนรู้การเกษตร
การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ของเกษตรกรในหลากหลายด้าน เช่น การบริหารจัดการฟาร์ม การบัญชีครัวเรือน การตลาดออนไลน์ และการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กรเกษตรกรที่เข้มแข็ง
การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน กรมฯ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพ
การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่กรมฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการการผลิตร่วมกัน ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาด
การแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร กรมฯ มีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือปัญหาด้านการตลาด รวมถึงการให้ข้อมูลและคำแนะนำในการปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆ
การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร มีการส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการผลิต เช่น การใช้โดรนเพื่อการเกษตร การใช้ระบบน้ำหยด และการใช้แอปพลิเคชันเพื่อการจัดการฟาร์ม
การส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตร กรมฯ ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรของเกษตรกร ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการตลาดออนไลน์และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตร
การบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน มีการส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ดินและน้ำ การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร
